เทคนิคการสอนแบบ PBL

การใช้ปัญหาเป็นฐาน PBL

     การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เริ่มต้นจากปัญหา           ที่เกิดขึ้นโดยการสร้างความรู้จากกระบวนการทำงานกลุ่ม  เพื่อแก้ปัญหาหรือสถานการณ์เกี่ยวกับชีวิตประจำวันที่มีความสำคัญต่อผู้เรียน   มุ่งพัฒนาผู้เรียนในด้านทักษะและกระบวนการเรียนรู้ สามารถเรียนรู้โดยการชี้นำตนเอง สร้างองค์ความรู้  โดยผ่านกระบวนการคิดด้วยการแก้ปัญหา
       สิ่งสำคัญในการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน คือ  ปัญหา  เพราะปัญหาที่ดีจะเป็นสิ่งกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจใฝ่หาความรู้  ในการเลือกศึกษาปัญหาที่มีประสิทธิภาพ จะต้องคำนึงถึงพื้นฐานความรู้  ความสามารถของผู้ของผู้เรียน ประสบการณ์ความสนใจ  และภูมิหลังเพราะคนเรามีแนวโน้มที่สนใจเรื่องใกล้ตัวมากกว่าเรื่องไกลตัว  สนใจสิ่งที่มีความหมาย มีความสำคัญต่อตนเองและเป็นเรื่องที่ตนเองใคร่รู้
     ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้
      ขั้นที่ 1   กำหนดปัญหา   จัดสถานการณ์ต่างๆกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ และมองเห็นปัญหา  สามารถกำหนดสิ่งที่เป็นปัญหาที่ผู้เรียนอยากรู้  อยากเรียนเกิดความสนใจที่จะค้นหาคำตอบ
      ขั้นที่ 2   ทำความเข้าใจกับปัญหา   ปัญหาที่ต้องการเรียนรู้  ต้องสามารถอธิบายสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับปัญหาได้
      ขั้นที่ 3   ดำเนินการศึกษาค้นคว้า    ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองด้วยวิธีการหลากหลาย
      ขั้นที่ 4    สังเคราะห์ความรู้  ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้ค้นคว้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
      ขั้นที่ 5    สรุปและประเมินค่าหาคำตอบ  ผู้เรียนแต่ละกลุ่ม  สรุปผลงานของกลุ่มตนเอง  และประเมินผลงานว่าข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้ามีความเหมาะสม  หรือไม่เพียงใด  โดยพยายามตรวจสอบแนวคิดภายในกลุ่มของตนเองอย่างอิสระ  ทุกกลุ่มช่วยกันสรุปองค์ความรู้  ในภาพรวมของปัญหาอีกครั้ง
      ขั้นที่ 6  นำเสนอและประเมินผลงาน    ผู้เรียนนำข้อมูลที่ได้มาจัดระบบองค์ความรู้  และนำเสนอเป็นผลงานในรูปแบบที่หลากหลาย  ผู้เรียนทุกกลุ่ม  ทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาร่วมกันประเมินผลงาน
ลักษณะที่สำคัญของ PBL ก็คือ
¨     ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้อย่างแท้จริง (student-centered learning)
¨     การเรียนรู้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้เรียนที่มีขนาดเล็ก
¨     ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator)   หรือผู้ให้คำแนะนำ  (guide)
¨     ใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้
¨   ปัญหาที่นำมาใช้มีลักษณะคลุมเครือ  ไม่ชัดเจน   ปัญหา 1 ปัญหาอาจมีคำตอบได้หลายคำตอบหรือแก้ไขปัญหาได้หลายทาง   (illed- structure problem)
¨     ผู้เรียนเป็นคนแก้ปัญหาโดยการแสวงหาข้อมูลใหม่ ๆ ด้วยตนเอง
     (self-directed learning)
¨     ประเมินผลจากสถานการณ์จริง  โดยดูจากความสามารถในการปฏิบัติ
     (authentic assessment)
หากมองโดยภาพรวมแล้ว  PBL เป็นรูปแบบการสอนที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ดีมากที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะสอดคล้องกับแนวการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  .. 2542     คือ  ทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการคิดวิเคราะห์     คิดแก้ปัญหา และคิดอย่างสร้างสรรค์   ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนและได้ลงมือปฏิบัติมากขึ้น  นอกจากนี้ยังมีโอกาสออกไปแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากแหล่งทรัพยากรเรียนรู้ ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา     ในส่วนของผู้สอนก็จะลดบทบาทของการเป็นผู้ควบคุมในชั้นเรียนลง     แต่ผู้เรียนจะมีอำนาจในการจัดการควบคุมตนเอง    ส่วนจะหาความรู้ใหม่ได้มากหรือน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ความประสงค์ของผู้เรียนเนื่องจากผู้เรียนเป็นฝ่ายรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง  
การที่ผู้เรียนต้องหาความรู้อย่างต่อเนื่อง ทำให้การเรียนรู้เป็นกระบวนการตลอดชีวิต (lifelong process)   เพราะความรู้เก่าที่ผู้เรียนมีอยู่แล้วจะถูกนำมาเชื่อมโยงให้เข้ากับความรู้ใหม่ตลอดเวลา   จึงทำให้ผู้เรียนเป็นคนไม่ล้าหลัง  ทันเหตุการณ์  ทันโลก และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมโลกในอนาคตได้อย่างดีที่สุด
             แนวทางการนำไปประยุกต์ใช้
เนื่องจากดิฉันไม่ได้ทำงานเป็นครูผู้สอน แต่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในสำนักงานฯ จึงได้นำแนวทางขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ทั้ง ขั้นตอน ไปประยุกต์ใช้กับงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยจะศึกษาทำความเข้าใจกับงานที่ได้รับมอบหมาย มีการสังเคราะห์งาน  มีการวางแผนการทำงานสร้างความรู้ด้วยตัวเอง หาวิธีแก้ปัญหา  หากพบปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยตัวเองได้ ก็จะปรึกษาเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาเพื่อสร้างองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน  รวมทั้งได้นำแนวทางดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันด้วย
Comments